POMOHOUSE [โพโมะเฮาส์] ผู้ก่อตั้งและผู้จัดจำหน่ายนาฬิกา POMO Kidswatch สุดยอดนาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถช่วยติดตามพฤติกรรมของเด็ก ได้ทำการเปิดตัวนาฬิกา POMO Kidswatch อย่างเป็นทางการ พร้อมให้ทุกท่านร่วมเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

DSC07962

คุณสุปรียา กณิกนันต์ กรรมการบริหาร บริษัท POMOHOUSE CO.,Ltd. [โพโมะเฮาส์ จำกัด] ได้เปิดเผยว่า “ จุดเริ่มต้นของ Project POMO KidsWatch นั้นเกิดจากประสบการณ์จริงที่เกือบจะต้องพลัดหลงกับลูกสาวในขณะเดินทางท่องเที่ยว หลังจากนั้นจึงได้มีการรวบรวมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านซอฟท์แวร์สำหรับกลุ่มเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะเพื่อช่วยกันคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันปัญหาเด็กหายจากต้นเหตุโดย POMO KidsWatch จะเป็นรูปแบบบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของเด็กและผู้ปกครองยุคใหม่ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกๆได้ตลอดเวลา และยังสามารถป้องกันปัญหาการติด Smartphone ของเด็กๆก่อนวัยอันควรอีกด้วย

สำหรับตัวเรือนนาฬิกาทางบริษัทได้มีความร่วมมือในการพัฒนากับทีมงานจากประเทศไต้หวันซึ่งมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ด้านไอทีฮาร์ดแวร์สำหรับกลุ่มเด็ก และครอบครัวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ทางบริษัท POMO House ได้ทำการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท สำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้โดยมุ่งเน้นไปในการค้นคว้าพัฒนาสินค้า การทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์และสื่อออนไลน์ เพื่อให้พ่อแม่ตระหนัก และให้ความสำคัญในชีวิตความปลอดภัยของเด็ก โดยคาดว่าในปีแรกบริษัทจะมีสัดส่วนในตลาดนี้อยู่ที่ 80% การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ เราจึงได้จัดกิจกรรม “POMO HOUSE KIDS WATCH PARTY” เพื่อเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดอย่างเป็นทางการ และต้องการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการให้ความสำคัญด้านความ ปลอดภัยของเด็กๆให้กับผู้บริโภคอีกด้วยทางด้าน คุณณัฐพล ตันติไพบูลย์ กรรมการบริษัท POMOHOUSE CO.,Ltd. [โพโมะเฮาส์ จำกัด] ได้กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ว่านาฬิกา POMO KidsWatch จะเป็นทั้งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ติดตามตัว ซึ่งทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น POMO Kids ซึ่งถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก และความพอดีในการใช้งานเป็นสำคัญ

สำหรับการราคาจัดจำหน่ายนั้นจะอยู่ที่เรือนละ 3,990 บาท สามารถดาวน์โหลดได้ 2 ระบบ คือ iOS Version 7 ขึ้นไป และ Android 4.0 ice cream sandwich ขึ้นไป
ปัจจุบันนี้บริษัทได้วางจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง TG Fone, Power Buy, และตัวแทนจัดจำหน่ายในกรุงเทพรวมมากกว่า 100 แห่ง สำหรับลูกค้าในต่างจังหวัดสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง website pomohouse.com, iTrueMart.com อีกทั้งขณะนี้ทางบริษัทได้ร่วมมือกับทาง Central มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตร The One Card โดยสามารถนำคะแนนมาแลก รับส่วนลดในการซื้อนาฬิกา POMO KidsWatch อีกด้วย สำหรับตลาดในต่างประเทศนั้นตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ
partner ในมาเลเซียและสิงค์โปรซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเบื้องต้นก่อนได้ที่ http://www.pomohouse.com คุณสุปรียากล่าวทิ้งท้าย”

DSC07956


POMO Kidswatch (โพโมะคิดส์วอทช์) นาฬิกาอัจฉริยะตัวใหม่ล่าสุดที่เป็นได้ทั้งนาฬิกา โทรศัพท์ และ GPS tracker ในเวลาเดียวกัน คำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ เหมาะสาหรับผู้ปกครองที่ต้องการติดต่อสื่อสารกับเด็ก รับสัญญาณแจ้งเตือนสถานที่ของนาฬิกา ณ เวลานั้น หรือแจ้งเตือนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็ก

Watch_mix

มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานถึง 10 ฟังก์ชัน ที่สามารถตอบสนองและเข้าใจอินไซด์ของคนเป็นพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี ใช้งานง่ายเพียงแค่ใส่ซิมการ์ดและเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านแอพพลิเคชั่น (POMO Kids Application) ดาวน์โหลดได้ทั้ง Android และ iOS นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าการใช้งานส่วนตัวได้เอง ตามเวลาในชีวิตประจำวันของพ่อแม่และเวลาเรียนรู้ของเด็ก โดยไม่ให้ส่งผลกระทบกับเวลาเรียนหรือแม้กระทั่งเวลาทากิจกรรม เช่น ตั้งปิดเสียงนาฬิกาขณะที่เด็กกำลังเรียนหนังสือ เป็นต้น
คุณสมบัติของนาฬิกา POMO Kids
  • หน้าจอ OLED ขนาด 0.64 นิ้ว
  • ซีพียูความเร็ว 360MHz
  • แรม 32MB
  • หน่วยความจำภายใน 32MB
  • เซนเซอร์ Pedometer และ Motion
  • แบตเตอรี่ภายใน 400 mAh สแตนบายด์ได้ 7 วัน ใช้งานได้ 36 ชั่วโมง
  • เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 4.0
  • วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและระคายเคืองต่อผิวหนังของเด็ก
ลักษณะเด่นของนาฬิกา POMO Kids
  1. ทั้งรับและโทรได้ในเครื่องเดียว (Voice Calling) คุณสามารถกำหนดเบอร์โทรศัพท์คนในครอบครัวให้สามารถโทรหานาฬิกา POMO ได้สูงสุด 8 เบอร์ ในขณะที่นาฬิกาสามารถกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์คนในครอบครัวที่คุณตั้งค่าไว้ได้สูงสุด 3 เบอร์ ตามปุ่มบนนาฬิกา
  2. ระบบ GPS ติดตามนาฬิกา (Smart Locator) ระบบการทางานของนาฬิกา POMO Kids ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันระหว่าง GPS และ GSM ดังนั้น ผู้ปกครองสามารถค้นหาสถานที่ของนาฬิกา ณ ปัจจุบันขณะได้ทุกเวลาที่ต้องการซึ่งปรากฏบนแผนที่ และยังสามารถค้นหาสถานที่ของเด็กได้ทีละหลายคนพร้อมกันในกรณีที่คุณมีลูกมากกว่า 1 คน ด้วยการสร้างโปรไฟล์เด็กแต่ละคนขึ้นมาใหม่ (สูงสุด 8 คน)
  3. พื้นที่ปลอดภัยที่คุณกำหนดเอง (Safe Zone) เริ่มต้นใช้งานฟังก์ชัน Safezone ได้หลังจากที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น POMO Kids และเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน wi-fi ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้คุณกาหนดพื้นที่ปลอดภัยของเด็กให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ เช่น พื้นที่ในบริเวณโรงเรียน การทำกิจกรรมนอกชั้นเรียน ร้านหนังสือ หรือแม้กระทั่งอยู่ที่บ้าน เมื่อเด็กออกนอกพื้นที่ปลอดภัยที่คุณกาหนดไว้ คุณจะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ และทราบทันทีว่าขณะนี้เด็กกาลังอยู่ในส่วนไหนของแผนที่
  4. รายงานอุบัติเหตุได้ทันท่วงที (Accident Report) กรณีที่เด็กได้รับอุบัติเหตุหรือหกล้ม คุณจะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที
  5. เซ็นเซอร์ตรวจจับนาฬิกาหลุด (Watch fall off alarm) กรณีที่นาฬิกาถูกถอดออกจากไปจากข้อมือของเด็กหรือหลุดโดยบังเอิญจากการทากิจกรรม คุณจะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ ป้องกันความเสี่ยงนาฬิกาหายและสามารถให้ความความช่วยเหลือได้ทันทีในกรณีที่เด็กถูกลักพาตัว
  6. เชื่อมต่อผ่านบลูทูธก็ง่าย (Anti-lost alarm in short-distance travel) การเดินทางไปท่องเที่ยวไกลๆ กับเด็ก หรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีสัญญาณ wi-fi คุณสามารถเชื่อมต่อนาฬิกากับโทรศัพท์มือถือของคุณไว้ด้วยกันผ่านบลูทูธ เมื่อเด็กห่างจากผู้ปกครองไป 5-10 เมตร คุณก็จะได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือ
  7. ส่งข้อความเสียงสั้นๆฉับไว (Voice Messageing) คุณสามารถส่งข้อความเสียงสั้นๆ ไปยังนาฬิกาได้โดยที่ไม่ต้องกดโทรออก (**หมายเหตุ – ฟังก์ชันนี้สามารถใช้ได้เฉพาะเบอร์โทรศัพท์คนในครอบครัว 3 เบอร์แรกเท่านั้น)
  8. ปุ่ม SOS เมื่อมีเหตุเร่งด่วน (Intelligent Emergency) อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา เมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แค่เพียงกดปุ่ม ‘SOS’ (ซ้ายกลาง) นาฬิกาจะทำการโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ตามลำดับตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์คนในครอบครัว 1-3 ตามลำดับที่คุณตั้งค่าไว้ ภายในเวลา 3 วินาที จนกว่าจะมีคนรับสาย
  9. หลังจากโทรออกเรียบร้อยแล้ว นาฬิกาจะทำการอัพเดตสถานที่ของนาฬิกาในขณะนั้นทุก 60 วินาที ผ่านข้อความมายังโทรศัพท์มือถือทุกเบอร์ (**หมายเหตุ-ตั้งค่าได้สูงสุด 8 เบอร์ ที่คุณอยากให้ได้รับข้อความได้) เพื่อไม่ให้คุณพลาดความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก
  10. เครื่องนับก้าว (Pedometer)
  11. กันยุงก็ได้หายห่วง (Mosquito repellent) นาฬิกา POMO สามารถป้องกันยุงได้ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงพิเศษที่ปล่อยออกมาที่ 16-20 KHg ซึ่งมนุษย์เองไม่สามารถได้ยินนอกจากยุงเท่านั้น เป็นเสียงที่ทำให้ยุงไม่อยากเข้าใกล้

ที่มา

http://news.thaiware.com/6051.html

Advertisements

กว่าจะมาเป็นสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นมาได้แบบในทันทีหรอกนะครับ แต่เกิดจากการสั่งสมเทคโนโลยีมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตนับ 10 ปี ซึ่งก็มีโทรศัพท์ออกมามากมายหลายรุ่น วันนี้เราจะอยากจะพาทุกท่านย้อนอดีตกันสักหน่อย ไปทำความรู้จักกับโทรศัพท์มือถือที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเทคโนโลยีกัน


1. Motorola Startac โทรศัพท์พับได้เครื่องแรกของโลก

2015-05-25_162752

ในปี 1990 Motorola ผลิตมือถือรุ่น Dynatac 8000x โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่ผลิตขายให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งมือถือสามารถผลิตจนมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาพอที่จะพกพาได้ (Dynatac มีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม วางจำหนายในราคา $3,995)

แต่ในปี 1996 Motorola ได้พลิกโฉมโลกมือถือด้วยการเปิดตัว StarTac โทรศัพท์แบบฝาพับเครื่องแรกของโลก มีขนาดและน้ำหนักที่เล็กกว่ามาก เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ของคู่แข่ง ณ เวลานั้น สามารถเก็บเบอร์โทรศัพท์ได้มากถึง 99 เบอร์ และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง


2. Nokia 9000 โทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดเครื่องแรกของโลก

2015-05-25_164029

Nokia อดีตยักษ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้พ่ายไปแล้ว ในปี 1996 ได้เปิดตัว Nokia 9000 โทรศัพท์เครื่องแรกที่มีคีย์บอร์ดในตัว  และเป็นหนึ่งในต้นตระกูลของสมาร์ทโฟนในยุคเริ่มต้น มันสามารถรับส่งอีเมลล์ และท่องเว็บได้ด้วย เทคโนโลยี T9 ที่ช่วยพิมพ์ก็เริ่มมาจากเจ้ารุ่นนี้นี่แหละ

Nokia 9000 ใช้ระบบปฏิบัติการ GEOS 3.0 ขับเคลื่อนด้วยชิพ Intel 24MHz i386 หน่วยความจำภายใน 8MB แบ่งเป็นแอพพลิคชั่น 4MB รันโปรแกรม 2MB และเก็บข้อมูลส่วนตัวอีก 2MB


3. Nokia 5110 โทรศัพท์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้

2015-05-25_170649

Nokia 5110 (หรือที่เรียกกันว่า 5190) เป็นโทรศัพท์แบบ GSM ที่นิยมใช้กันอย่างทั่วโลก เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของใครหลายๆ คน วางจำหน่ายในยเดือนมีนาคม ปี 1998 เป็นรุ่นคลาสสิคที่ใช้งานง่าย แบตเตอรี่อึดมาก และทนทาน จนหลายคนถึงกับแซวว่าไม่มีวันพัง ไม่ว่าจะตกพื้น หรือตกน้ำ ยุคนั้นใครไม่ใช้ Nokia 3210 ก็จะนิยมใช้รุ่นนี้นี่แหละ


4. Sharp J-SH04 โทรศัพท์เครื่องแรกที่สามารถถ่ายรูปและส่งไปให้เครื่องอื่นได้

2015-05-25_171050

โทรศัพท์เครื่องแรกที่ถ่ายรูปได้คือ Sanyo SCH-V200 แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนำรูปลงไปดูในคอมพิวเตอร์ แต่ ในปี 2000 Sharp J-SH04 เป็นโทรศัพท์รุ่นถัดมา มีกล้องความละเอียด 0.1MP ผู้ใช้สามารถส่งรูปไปยังโทรศัพท์เครื่องอื่นได้ด้วย


5. BlackBerry 6210 สมาร์ทโฟนยุคแรกที่นักธุรกิจต้องมี

2015-05-25_173053

BlackBerry (หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ RIM) แม้จะไม่ใช่โทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดเครื่องแรกของโลก แต่ก็เป็นเครื่องแรกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในวงการธุรกิจ ในอดีตทุกสำนักงานจะต้องมี BlackBerry อย่างน้อย 1 เครื่อง

และรุ่นที่น่าจดจำที่สุด คือ BlackBerry 6210 (หรือที่เรียกกว่า Quark) เป็นรุ่นที่มีไมค์และสำโพง Speaker ในตัว มีคุณสมบัติโดดเด่นอย่างการเช็คอีเมลล์และโปรแกรมแชทอย่าง BlackBerry Messenger  แถมด้วยปุ่ม Scroll Wheel สำหรับเลื่อนเมนู


6. Motorola Razr V3 โทรศัพท์ที่บางและสวยที่สุดในโลก
702_v3plata

ในปี 2004 ไม่มีโทรศัพท์เครื่องไหนที่จะสวยไปกว่า Motorola V3 ใครหยิบขึ้นมาใช้นี่ เรียกได้ว่ามองกันทุกคน บางมากในยุคนั้น และดีไซน์มาได้อย่างหรูหรา ประสบความสำเร็จอย่างสูง Motorola ขายมันไปได้มากกว่า 130 ล้านเครื่อง


7. Palm Treo 650 สมาร์ทโฟนเครื่องแรกสำหรับบุคคลทั่วไป

 

repuesto-para-palm-treo-650-600-800w-parlante-1642-MLU27299424_6786-F

ในปี 2004 ตอนที่ Palm วางจำหน่าย Treo 650 BlackBerry ได้ครอบครองตลาดกลุ่มลูกค้าธุรกิจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Treo 650 จึงออกมาโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา และ Treo 650 เป็นรุ่นที่คนนิยมเป็นอย่างมาก

Palm Treo 650 ใช้ระบบปฏิบัติการ Palm OS (ภายหลังมีรุ่นที่ใช้ Windows Mobile ออกมา) สามารถรับส่งอีเมลล์ และทำงานนัดหมายทั่วไปได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท่องเว็บ, กล้องถ่ายรูป, ฟังเพลงและเล่นวิดีโอ


8. LG KE850 Prada โทรศัพท์เครื่องแรกที่ใช้หน้าจอ Capacitive touchscreen

lg_prada_ke850small_

LG KE850 หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า LG Prada เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive touchscreen ทำให้ทัชได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้ปากกา Stylus นั่นหมายความว่าสามารถใช้งานลูกเล่นผ่านนิ้วมืออย่าง Multi-touch gestures ได้ด้วยนั่นเอง


9. iPhone มือถือที่ปฏิวัติการออกแบบและการใช้งานมือถือไปตลอดกาล

2015-05-25_183521

ทันทีที่ Apple เปิดตัว iPhone โลกของการใช้งานโทรศัพท์ไปตลอดกาล และทำให้สมาร์ทโฟนได้รับความนิยม ไม่ได้จำกัดแค่ในแวดวงธุรกิจเหมือนกับในอดีต มีฟีเจอร์มากมาย อย่างการใช้ Photo message รองรับการใช้งาน 3G เทคโนโลยีที่ออกมาทิ้งห่างคู่แข่งอย่างไม่ติดฝุ่นเลยทีเดียว


10. HTC Dream แอนดรอยส์เครื่องแรกของโลก

HTC-Dream-704

HTC Dream เป็นแอนดรอยส์โฟนเครื่องแรกของโลก เป็นรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ และการทำงานที่ไม่เสถียร แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นจุดดำเนิดของ 2 ระบบปฏิบัติการระหว่าง iOS กับ Android


11. Samsung SCH-R900 โทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่รองรับการใช้งาน 4G LTE

 

2015-05-25_184142

น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือมีโอกาสได้สัมผัสกัับโทรศัพท์เครื่องนี้ Samsung SCH-R900 เป็นโทรศัพท์เครื่องแรกของโลกที่รองรับเครือข่าย LTE ผ่านเครือข่าย WiMax ผลิตออกมาตั้งแต่ที่การให้บริการ 4G ยังไม่ได้รับความนิยม

วางจำหน่ายในอเมริกาผ่านเครือข่าย MetroOCS เท่านั้น ที่สำคัญมันไม่ใช่สมาร์ทโฟน และซีพียูก็ทำงานได้ช้ามาก แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็น LTE เครื่องแรกนะ


12. Samsung Galaxy Note การกลับมาของ Stylus และกำเนิด Phablet

T11816771-0

สตีฟ จอบส์ เคยกล่าวว่าการใช้ปากกา Stylus บนโทรศัพท์เป็นเรื่องล้าสมัย แต่ Samsung ไม่คิดเช่นนั้นและเข็น Galaxy Note ออกมา

Note รุ่นแรกมีหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว มาพร้อมปากกาอัจจฉริยะ และเกิดศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า Phablet


13. Samsung Galaxy S3 แอนดรอยส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

fullType1

Galaxy S3 ไม่ใช่แอนดรอยส์โฟนรุ่นแรกในตระกูล Galaxy แต่ว่า Galaxy S3 มีความน่าจดจำในฐานะแอนดรอยสืโฟนที่ทรงพลังมากที่สุดและสมบูรณ์แบบมาก (ในเวลานั้น) ทำยอดขายได้สูงมากทั่วโลก และอีกหนึ่งเรื่องที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ คือ เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามลิขสิทธิ์ระหว่าง Apple กับ Samsung อีกด้วย

ที่มา

http://news.thaiware.com/6126.html

ก่อนหน้าที่ทาง Thaiware ได้นำเสนอข่าวลือไปว่า iPhone 6s จะมีกล้องหลังที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาวันนี้ มีข่าวลือใหม่ ที่น่าจะทำให้สาวกขนลุกได้พอดูเลยล่ะครับ เพราะ ภาพหลุดนี้ แสดงให้เห็นว่า iPhone 6s มาพร้อมกล้องหลังถึง 2 ตัวเลยทีเดียว

ภาพหลุดนี้หลุดออกมาจาก เว็บไซต์ 9to5mac เป็นภาพที่ถูกอ้างว่า เป็นเครื่องของ iPhone 6s ซึ่งทางเว็บไซต์อ้างว่า มีผู้ส่งมาให้ทางอินบ๊อกซ์ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ต้องคอยดูกันต่อไปครับ และถ้าเป็นเรื่องจริง คงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ iPhone เลยล่ะครับ และราคาน่าจะขยับขึ้นไปอีกด้วย

rose-gold-dual-cmera

 

ที่มา

http://news.thaiware.com/6133.html

 

เอซุสประกาศเตือนให้ผู้ซื้อระวังเว็บขาย Zenfone 2 ปลอม

zenfone 2 official price

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัว ASUS Online Store ร้านค้าออนไลน์ของเอซุสในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2558) เป็นวันแรก ประเดิมด้วยการวางจำหน่าย Zenfone 2 สมาร์ทโฟนรุ่นความจำ 4GB เครื่องแรกของโลก ทางเอซุสก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้มหลาม เห็นได้จากยอดการสั่งซื้อเต็มจำนวนที่จำกัดอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Zenfone 2 กำลังอยู่ในกระแสและเป็นที่ต้องการของตลาด ได้มีมิจฉาชีพทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ปลอมขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า http://www.asusthai.com ก๊อปปี้หน้าเว็บของเรา และนำไปแอบอ้างว่าเป็น  Asus Online Store ซึ่งลูกค้าจะถูกหลอกให้จ่ายเงินโดยไม่ได้รับสินค้า ขณะนี้ทางเอซุสได้แจ้งความกับตำรวจแล้วเพื่อดำเนินคดีต่อไป ทางเอซุส มีความตั้งใจที่จะเปิดร้านค้าออนไลน์ เพื่อเป็นบริการพิเศษให้กับลูกค้า ให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้ซื้อจะสามารถหาและซื้อสินค้าของเอซุสได้สะดวกสบายขึ้น หากท่านสนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ Asus Online Store ที่แท้จริง นั่นคือ http://store.asus.com/th

เกี่ยวกับเอซุส
เอซุส ผู้จัดจำหน่ายโน้ตบุ๊ครายใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสามอันดับที่มีผู้ใช้ทั่วโลกสูงสุด เราเป็นผู้นำในยุคดิจิตอล ในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางด้านดิจิตอลทั้งที่บ้านและที่ทำงาน อาทิ โน้ตบุ๊ค เดสก์ท็อปพีซี ออลอินวันพีซี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ด้วยนวัตกรรมและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เด่นชัด เอซุสจึงได้รับรางวัลถึง 4,326 รางวัลในปี 2014 นอกจากนี้เรายังเป็นผู้ปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ด้วย Eee PC™ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเอซุส มีพนักงานกว่า 13,600 คนทั่วโลก มีทีมวิจัยและพัฒนากว่า 4,500 คน รายได้เมื่อปี 2014 ประมาณ 14.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: http://www.facebook.com/ASUSTHAILAND หรือติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail :
Asusth_pr@asus.com หรือโทร 02-677-4422-9

 

ที่มา

http://news.thaiware.com/6140.html

สมัยก่อนการถ่ายวิดัโอแบบ Slow motion เป็นคุณสมบัติบนกล้องดิจิตอลบางรุ่นเท่านั้นที่จะทำได้ จนกระทั่ง Apple หยิบมันมาใส่ในกล้องของ iPhone 5s หลังจากนั้น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นจึงหยิบฟีเจอร์นี้มาใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของตนเองบ้าง

ล่าสุด Sharp ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอดนิยมในญี่ปุ่น (แต่ไม่นิยมในไทย) ได้เปิดตัว AQUOS รุ่นใหม่ ที่สามารถ่าย Slow motion ได้ที่เฟรมเรทสูงถึง 2,100fps เลยทีเดียว

softbank-304sh-sharp-aquas-xx-omega-gadget-7

Sharp AQUOS รุ่นใหม่ สามารถ่ายวิดีโอแบบ Slow motion ได้ที่ 210fps เมื่อตั้งความละเเอียดไว้ที่ 854×480 พิกเซล และ 120fps ที่ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากที่ iPhone 6 ทำได้มากนัก

แต่ทว่า Sharp ได้เพิ่มฟังค์ชั่นที่เรียกว่า Frame compensation technology ซึ่งจะช่วยทำซ้ำในแต่ละเฟรมของวิดีโอขึ้นไปอีก 10 เท่า ในขณะบันทึก ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เฟรมเรทขยับขึ้นไปได้ถึง 2,1000fps และ 1,200fps ตามลำดับ

แน่นอนว่างานนี้เป็นผลจากซอฟท์แวร์ อาจจะฟังดูํโกงไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ วิดีโอมีความสมูทมากขึ้น

 

สำหรับรุ่นที่รองรับลูกเล่นนี้ จะประกอบไปด้วย AQUOS Zeta, AQUOS Xx และ AQUOS Seriem ซึ่งจะเปิดตัวทีป่ระเทศญี่ปุ่นในเดือนหน้า ส่วนประเทศไทยน่าจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายครับ

 

ที่มา

http://news.thaiware.com/6147.html

code2015_20150527_145104_7703

ล่าสุดนาย Brendan ผู้บริหารบริษัท Oculus ได้เผยราคาของอุปกรณ์ VR Oculus Rift แบบครบชุดที่จะขายในต้นปี 2016 นี้ให้ได้ทราบกัน

โดยราคานั้นก็ยังไม่ได้กำหนดให้เป็นที่แน่ชัด ซึ่งนาย Brendan กล่าวไว้คร่าวๆ ว่า หากในช่วงนั้นถ้าเพื่อนๆ ต้องการจะซื้อ Oculus Riftและคอมเครื่องใหม่ที่มีสเปคเพียงพอต่อการใช้งานอุปกรณ์ VR ได้ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 50,000 บาทไทย) ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่หนักหน่วงอยู่พอสมควร แต่คาดว่าราคาเปิดตัวอาจจะแพงซักหน่อย อักซักพัก ราคาอาจจะดรอบลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 35,000 บาทไทย) ซึ่งทางทีมงานไทยแวร์ก็หวังเช่นนั้นครับ

  ที่มา

ก่อนหน้านี้ ในงาน CES 2015 ทาง LG ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ LG Smart Home ด้วยคลิปสมาร์ทโฮมน่ารักๆ ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้บ้านปิดไฟ ล๊อคประตู ด้วยสมาร์ทโฟน หรือการแจ้งเตือนเครื่องซักผ้า หรือการทำอาหารทิ้งไว้ผ่านสมาร์ททีวี ก็ดูจะสะดวกสบายไปทุกอย่างเลย

ซึ่งทาง LG ก็ได้เริ่มทยอยปล่อยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ปรากฏในคลิป ออกมาให้ได้เห็นเรื่อยๆ และในคราวนี้ก็ถึงตาของ Music Flow เครื่อง Speaker อัจฉริยะจากทาง LG เอาใจคนรักเสียงเพลง เปลี่ยนให้โฮมเธียเตอร์ในห้องกลายเป็นโฮมเธียเตอร์ทั้งบ้านอย่างแท้จริง

LG_Docking_Speaker_NP8350__medium_05

Speaker อัจฉริยะตัวนี้ มีชื่อเต็มๆ ว่า LG MUSIC FLOW H4 PORTABLE SMART HI-FI AUDIO SPEAKER ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ Home Entertainment ใหม่จากทาง LG ที่จะช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรักเสียงดนตรี ให้เต็มอรรถรสกับการฟังเพลงทุกที่ทุกเวลาในบ้าน แบบไม่ขาดช่วง

01_Auto_Music_Play_NP8350

ด้วยฟีเจอร์แรก LG RANGE-OF-FLOW ที่จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบบอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์เข้าใกล้กับ Music Flow และทำการเล่นเพลงต่อเนื่องจากที่ฟังระหว่างทางกลับบ้านได้แบบไม่ขาดตอน

02_Home_Chat_NP8350

ซึ่ง LG Music Flow นั้น มากับฟังก์ชั่น Home Chat ที่ผู้ใช้สามารถสั่งการอุปกรณ์อัจฉริยะนี้ผ่านระบบแชทได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งให้ลำโพงเล่นเพลงทันทีที่ผู้ใช้กลับถึงบ้าน ตั้งเวลา แจ้งเตือนต่างๆ หรือเช็ครายการเพลงก็ทำได้เช่นกัน โดยการสั่งการจะเป็นเหมือนการแชทพูดคุยกับ Music Flow อย่างเป็นธรรมชาติ

03_Seamless_Network_NP8350

ฟีเจอร์ SEAMLESS NETWORK เป็นอีกส่วนที่น่าสนใจ ซึ่ง LG Music Flow จะทำการเชื่อมต่อ Music Flow ตัวอื่นๆ ภายในบ้านด้วย Dual Band Wi-Fi (2.4/5 GHz) เล่นเพลงเดียวกันแบบต่อเนื่องด้วยสัญญาณที่เสถียร ไม่ขาดตอนแม้แต่จังหวะเดียว

04_HD_Music_Playback_NP8350

LG Music Flow สามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูง (HD Music Playback) ได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ 24 bit/192 kHz HD ตัวอย่างเช่นไฟล์สกุล FLAC, WAV, AIFF หรือ Apple Lossless และแชร์ไฟล์เพลงขนาดใหญ่นี้แบบไร้สาย ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ภายในบ้านได้แบบไม่มีสะดุด

05_Multi-room_Mode_NP8350

ผู้ใช้สามารถเลือกให้ LG Music Flow ตามห้องต่างๆ เลือกเล่นเพลงเดียวกันไปพร้อมๆ กัน หรือเล่นเพลงที่แตกต่างกันได้ด้วยโหมดMulti-room

06_L_R_Stereo_Mode_NP8350

ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์การฟังเพลงด้วยโหมด L/R Stereo โดยใช้งาน LGs Smart All-in-one Music Player จัดวางอุปกรณ์ Music Flow ในห้องให้กลายเป็นโฮมเธียเตอร์ตามแบบฉบับของผู้ใช้เอง

07_Home_Cinema_Mode_NP8350

อยากได้อรรถรสของเสียงในคุณภาพระดับภาพยนตร์ ก็เพียงเพิ่ม Music Flow Soundbar มาในการใช้งานร่วมกัน ก็ทำให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินคุณภาพเสียงแบบจัดเต็มได้

08_All_Search_NP8350

มีระบบการค้นหาเพลงแบบ All Search โดยสามารถทำการค้นหาจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรือแล็ปท๊อป ก็จะพบเพลงที่ถูกใจพร้อมเล่นได้ทันที

09_Mood_Station_NP8350

Music Flow มีระบบ LGs Mood Matrix ที่สามารถแนะนำเพลงให้สอดคล้องกับอารมณ์และกิจกรรมที่กำลังทำ ณ ขณะนั้นได้ ซึ่งอุปกรณ์สามารถสร้างเพลย์ลิสต์นั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ

10_Audio_Streaming_Service_NP8350

และสุดท้าย LG Music Flow Player ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยสามารถใช้ร่วมกับบริการสตรีมเพลงต่างๆ เพื่อฟังเพลงใหม่ๆ ได้โดยตรงอีกด้วย

 

ที่มา

http://news.thaiware.com/6120.html